degrees call-center-agent ambulance stethoscope hours-phone-service wifi-connection-signal-symbol drink-water water-heater bowl-in-a-microwave freezer wardrobe computer cutlery table sofa newspaper cd-player television bathroom-furniture toilet patient-in-hospital-bed hospital-bed
โรงพยาบาลมาตรฐานระดับโลก JCI (USA) Jci
label

คลินิกมะเร็งวิทยา

คลินิกมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลขอนแก่น ราม ให้บริการรักษาโรคมะเร็งอย่างครอบคลุม เริ่มตั้งแต่การป้องกัน การตรวจคัดกรอง การวินิจฉัย การรักษา การติดตามผลการรักษา การป้องกันการกลับเป็นซ้ำและการดูแลในวาระสุดท้าย เราใส่ใจดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดครบทุกด้าน มีการวางแผนร่วมกันในการดูแลผู้ป่วยทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและทีมสหวิชาชีพโดยเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง

คลินิกมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลขอนแก่น ราม มีทีมแพทย์เฉพาะทาง เครื่องมือที่ทันสมัย และการรักษาใหม่ๆ ที่พร้อมจะดูแลให้ท่านมีความปลอดภัยสูงสุด และสามารถมีความสุขกับคนในครอบครัวได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี โรคมะเร็งที่พบได้บ่อย เช่น

    • มะเร็งปอด
    • มะเร็งเต้านม
    • มะเร็งลำไส้
    • โรคมะเร็งปากมดลูก
    • โรคมะเร็งตับ
    • โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร
    • โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
    • โรคมะเร็งท่อน้ำดี
    • โรคมะเร็งผิวหนัง
    • โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
    • โรคมะเร็งกระดูก เป็นต้น

อาการผิดปกติต่างๆ ดังต่อไปนี้ควรรีบมาพบแพทย์ทันที

  • มีเลือดออกผิดปกติบริเวณตำแน่งต่างๆ เช่น ทวารหนัก ปากมดลูก
  • เริ่มรู้สึกว่ากลืนอาหารลำบาก หรือรู้สึกเสียดแน่นท้องบ่อยๆ
  • เมื่อปัสสาวะสีแดงปนเลือด
  • ถ่ายอุจจาระสีดำ หรือมีมูกเลือดปน
  • เสียงเริ่มแหบ และไอเรื้อรัง
  • ไอเป็นเลือด
  • เมื่อเกิดบาดแผลขึ้นในร่างกายแล้วแผลหายช้า หรือเป็นแผลเรื้อรัง
  • เมื่อคลำพบก้อนตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
  • เมื่อไฝ หูด หรือปานในร่างกายตามส่วนต่างๆ เริ่มเปลี่ยนแปลง เช่น ใหญ่ขึ้น หรือสีเปลี่ยน
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ทานอาหารได้น้อย

การบริการของเรา

1. การตรวจคัดกรองมะเร็ง

1.1 การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม มีวิธีการตรวจคัดกรองดังนี้
    • การตรวจโดยวิธีคลำโดยแพทย์ผู้ชำนาญ ตรวจปีละ 1 ครั้ง
      แต่หากก้อนที่เต้านมขนาดเล็กอาจไม่สามารถตรวจพบได้
    • การตรวจโดยใช้เครื่องดิจิตอลแมมโมแกรม (Digital Mammogram)
      เป็นการตรวจโดยใช้การถ่ายภาพรังสีเต้านมโดยเฉพาะ โดยจะมีการถ่ายภาพเต้านมในหลายๆ ด้าน แล้วนำมาประมวลผล ซึ่งผลการตรวจแมมโมแกรมจะสามารถแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติภายในเต้านม เช่น ก้อนเนื้อ เยื่อพังผืด แม้แต่หินปูนขนาดเล็ก ซึ่งอาจแสดงถึงการเกิดมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้นได้

การเตรียมตัวก่อนการตรวจแมมโมแกรม

      • เวลาที่เหมาะสมควรหลีกเลี่ยงการตรวจแมมโมแกรมในช่วงสัปดาห์ก่อนที่จะมีประจำเดือน เพราะเป็นช่วงที่หน้าอกคัดตึงและขยาย อาจช่วยให้เจ็บหน้าอกน้อยลง
      • ผู้ที่มีการเสริมหน้าอกต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า
      • การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรมควรเริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 45 ปี และควรทำประจำทุกๆ ปีในผู้ที่มีความเสี่ยงปกติ
1.2 การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยการตรวจภายในและ Pap Smear

การตรวจ Pap Smear แพทย์จะใช้เครื่องมือสอดผ่านและถ่างช่องคลอด จากนั้นจะทำการนำเซลล์จากปากมดลูกส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาเซลล์ที่ผิดปกติ หรือเซลล์ที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจพัฒนากลายเป็นมะเร็งได้

ช่วงอายุที่ต้องมีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
      • อายุ 21 – 29 ปี แนะนำให้ตรวจอย่างสม่ำเสมอทุกปี
      • อายุ 30 – 69 ปี แนะนำให้ตรวจอย่างสม่ำเสมอทุก 2-3 ปี
        หากก่อนหน้าให้ผลปกติติดต่อกัน 3 ครั้ง
      • อายุ 70 ปีขึ้นไป อาจไม่มีความจำเป็นต้องตรวจคัดกรอง
        เมื่อการตรวจ 3 ครั้งหลังและ 10 ปีที่ผ่านมาผลการตรวจปกติ
กลุ่มเสี่ยงที่ต้องตรวจภายในทุกปี
      • มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย และเคยมีคู่นอนหลายคน
      • มีคู่ขาที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อยและมีคู่นอนหลายคน
      • เคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
      • ประวัติสมาชิกในครอบครัวเป็นมะเร็งปากมดลูก
      • เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งหรือเสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูก
      • เป็นโรคหูดหงอนไก่
      • สูบบุหรี่
      • ติดเชื้อ HIV

การเตรียมตัวก่อนการตรวจ

      • ควรนัดตรวจในช่วงที่ไม่มีประจำเดือน
      • ห้ามสวนล้างช่องคลอดก่อนการตรวจ
      • ห้ามใช้ยาเหน็บช่องคลอดก่อนการตรวจ
      • งดมีเพศสัมพันธ์ก่อนการตรวจ 24 ชั่วโมง
1.3 การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีวิธีการคือ

การตรวจโดยวิธีส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) เป็นการใช้กล้องที่มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็กโค้งงอ สามารถบันทึกภาพและเห็นความผิดปกติต่างๆ ในลำไส้ใหญ่ได้ เช่น ติ่งเนื้อ การอักเสบในลำไส้ เป็นต้น และหากพบความผิดปกติสามารถตัดชิ้นเนื้อเพื่อนำมาวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการได้

การส่องกล้องตรวจควรทำในผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้
      • มีความผิดปกติเกี่ยวกับการขับถ่ายอุจจาระ เช่น ท้องผูก หรือท้องเสียเรื้อรัง
      • ถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปน อาจเป็นสีแดงสดหรือสีคล้ำ
      • เวลาเบ่งถ่ายอุจจาระมีติ่งเนื้อยื่นออกมาจากทวารหนัก และมีเลือดออก
      • มีการแน่นอึดอัดท้อง ท้องอืด และปวดท้องร่วมด้วย
      • ตรวจพบมีภาวะโลหิตจาง และมีภาวะขาดธาตุเหล็ก
      • มีก้อนในท้อง น้ำหนักลด ซีด อ่อนเพลีย
      • ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจโดยการส่องกล้องทุกๆ 10 ปี

การเตรียมตัวก่อนตรวจการตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)

      • 3 วันก่อนตรวจ ให้รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย
      • งดรับประทานผัก ผลไม้และอาหารที่มีเส้นใย
      • รับประทานยาระบายให้ตรงตามจำนวน และเวลา ตามที่แพทย์สั่ง เพื่อเตรียมลำไส้ ก่อนทำการส่องกล้องลำไส้ใหญ่
      • คืนวันก่อนตรวจ งดอาหารและน้ำดื่มจนกว่าจะทำการตรวจ

ในการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่นั้นสามารถทำได้ทั้งแบบผู้ป่วยนอกและนอนโรงพยาบาล ขึ้นกับอาการของผู้ป่วยขณะนั้นและการวินิจฉัยจากแพทย์

1.4 การตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก

ตรวจคัดกรองโดยการตรวจขนาดต่อมลูกหมากด้วยมือ ร่วมกับการตรวจค่า PSA จากเลือด ควรเริ่มตรวจในผู้ชายที่

      • อายุระหว่าง 45 -75 ปี ร่วมกับค่า PSA สูงมากกว่า 3 ควรมีการเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด
      • อายุมากกว่า 75 ปี และ มีค่า PSA สูงมากกว่า 4 ควรได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดและตรวจ
1.5 การตรวจคัดกรองมะเร็งปอด

ตรวจคัดกรองโดยตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปอด (CT Scan) โดยใช้ปริมาณความเข้มรังสีน้อย (Low dose CT) แนะนำให้ทำการตรวจในผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงคือ

      • อายุระหว่าง 55-74 ปี และ มีประวัติสูบบุหรี่มากกว่า 30 pack-year และหยุดสูบบุหรี่น้อยกว่า 15 ปี
      • อายุมากกว่า 50 ปี และมีประวัติสูบบุหรี่มากกว่า 20 pack-year

แนะนำให้ตรวจด้วย CT Chest แบบใช้ปริมาณความเข้มของรังสีน้อย และปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้คำแนะนำและตรวจรักษาอย่างเหมาะสม

2. การรักษา

2.1 การผ่าตัด

2.2 การใช้รังสีร่วมรักษา

2.3 การใช้ยา โดยอาจแบ่งเป็น ยาเคมีบำบัด ยาฮอร์โมน ยารักษามุ่งเป้า และยากลุ่มอิมมูโน

© 2018 โรงพยาบาลขอนแก่นราม