degrees call-center-agent ambulance stethoscope hours-phone-service wifi-connection-signal-symbol drink-water water-heater bowl-in-a-microwave freezer wardrobe computer cutlery table sofa newspaper cd-player television bathroom-furniture toilet patient-in-hospital-bed hospital-bed
โรงพยาบาลมาตรฐานระดับโลก JCI (USA) Jci
label


โรคมือเท้าปาก Hand Foot Mouth Disease

หนึ่งในโรคที่สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับทั้งคุณครูที่โรงเรียน และทั้งคุณพ่อคุณแม่ เพราะมีการระบาดที่รวดเร็ว เด็กที่เจ็บปวดจากโรคนี้จะต้องทรมานกับภาวะไข้ เจ็บในปากเนื่องจากเยื่อบุช่องปากเต็มไปด้วยแผล มือเท้าก็ขึ้นตุ่มน้ำหรือผื่นแดง ทั้งคันทั้งเจ็บ ใช่แล้วค่ะ เรากำลังพูดถึง โรคมือเท้าปาก นั่นเอง

สาเหตุ

เชื้อ Human Enterovirus species A (HEV-A) โดยเฉพาะ coxsakievirus A16 และ Enterovirus 71 นอกจากนี้ยังมีสาเหตุจาก HEV-A ชนิดอื่นๆอีกได้ เช่น coxsakievirus A2-8, 10, 12, 14 coxsakievirus B และ echovirus บางชนิด

ในประเทศแถบอเมริกา และยุโรป พบผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้อในระบบประสาทสมองส่วนกลาง และผู้เสียชีวิตจากเชื้อ Enterovirus 71 (EV 71) มาตั้งแต่หลายสิบปีก่อน

ปัจจุบันพบว่าในประเทศแถบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ก็มีรายงานพบผู้ป่วย HFM disease ที่มีสาเหตุจาก EV 71 มีอาการทางระบบประสาท และสมองส่วนกลาง มีอาการรุนแรงจนเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน โดยเฉพาะในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี

อุบัติการณ์

พบได้ทั่วโลก ประเทศในเขตร้อนชื้นพบผู้ป่วยได้ตลอดปี โดยพบระบาดในฤดูฝน มักพบในโรงเรียนอนุบาล สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานที่อยู่กันแออัด

การติดต่อ

เชื้อจากผู้ป่วยสามารถออกมาทางเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย อุจจาระและตุ่มน้ำใสของผู้ป่วย โดยส่วนใหญ่จะรับเชื้อเข้าทางปากเป็นหลัก ส่วนน้อยที่รับเชื้อเข้าทางการหายใจ เมื่อได้รับเชื้ิอโรคเข้าไป อีกบุคคลหนึ่งจะแสดงอาการเจ็บป่วยภายใน 3-6 วัน

อาการ

  1. มีไข้ 1-2 วัน
  2. ต่อมามีจุดแดง ตุ่มพุพอง และแตกออกเป็นแผลตื้นๆ ในปาก กระพุ้งแก้ม เหงือก เพดานอ่อน ลิ้นไก่
  3. หลังจากมีรอยโรคในช่องปาก 1-2 วัน จะมีผื่นแดงนูนและหรือมีตุ่มน้ำใส ตาม มือ เท้า ก้น อวัยวะเพศ เข่า ข้อศอก ของผู้ป่วยได้
  4. ส่วนมากจะหายป่วยภายในหนึ่งสัปดาห์โดยการรักษาตามอาการส่วนน้อยที่มีอาการรุนแรง (โดยพบในผู้ป่วยที่ติดเชื้อชนิด Enterovirus 71) มักเป็นเด็กเล็กโดยเฉพาะอายุต่ำกว่า 5 ปี

ผู้ป่วยอาจมีอาการทางระบบประสาทและสมอง เช่น ซึม กระสับกระส่าย กระวนกระวาย อาเจียนหลายครั้ง ชัก บางรายมีอาการเหงื่อออกมากผิดปกติ หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็ว ความดันโลหิตสูง บางรายอาจพบเลือดออกในปอด หัวใจล้มเหลวเสียชีวิตได้


การรักษา

ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสเพื่อฆ่าเชื้อโรคโดยเฉพาะ ผู้ป่วยส่วนมากหายได้เองภายใน 7-10 วัน โดยระหว่างนี้ให้รักษาตามอาการ เฝ้าระวังภาวะขาดน้ำจากการมีแผลรุนแรงในช่องปาก หรือการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

อย่างไรก็ตามควรระวังสัญญาณเตือนซึ่งบ่งบอกการมีพยาธิสภาพของระบบประสาทและสมองดังต่อไปนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี

  1. ไข้มากกว่า 39 องศาเซลเซียส นานตั้งแต่ 48 ชั่วโมงขึ้นไป
  2. อาเจียนหลายครั้ง
  3. ซึมกระสับกระส่าย
  4. แขนขาอ่อนแรง
  5. เซ ขณะยืน เดิน นั่ง
  6. ตากลอกไปมาไม่หยุดนิ่ง

ดังนั้นในผู้ป่วยบางรายที่มีสัญญาณเตือนดังกล่าว หรือผู้ปกครองมีความกังวลในการดูแลหรือสังเกตอาการที่บ้าน แพทย์อาจพิจารณาให้ผู้ป่วยรายนั้นๆ นอนโรงพยาบาล

การป้องกัน

โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ต้องอาศัยการแยกโรค เช่น ไม่ใช้ช้อน ส้อม จานชาม แก้วน้ำร่วมกัน เน้นการล้างมือบ่อยๆ ปิดปากจมูกเวลาไอจาม

บทความโดย

แพทย์หญิง ผาณิดา เนินทราย

กุมารแพทย์
โรงพยาบาลขอนแก่นราม

ศูนย์กุมารเวช และคลินิกเด็กดี

ศูนย์กุมารเวชและคลินิกเด็กดี โรงพยาบาลขอนแก่นราม ให้บริการดูแลสุขภาพเด็ก ตรวจสุขภาพเด็ก ฉีดวัคซีน และตรวจวินิจฉัยรักษาโรคเด็กตามอาการเจ็บป่วย โดยจุดเด่นของเราคือ การแบ่งคลินิกเด็กดีที่มารับวัคซีนออกจากเด็กป่วยอย่างชัดเจน และเป็นสัดส่วน

อ่านเพิ่มเติม
© 2018 โรงพยาบาลขอนแก่นราม