เป็นมะเร็งเต้านม ต้องรีบผ่าตัดให้เร็วที่สุดจริงไหม?
“หมอคะ ถ้าไม่รีบผ่าตัดตอนนี้ มะเร็งจะลามไหม?”
นี่เป็นคำถามที่ผมในฐานะศัลยแพทย์เจออยู่บ่อยมากครับ
หลายคนเข้าใจว่า ถ้าเป็นมะเร็งแล้ว ต้องรีบผ่าตัดให้เร็วที่สุด
แต่ในความเป็นจริงแล้ว
คำว่า “รีบ” ในการรักษามะเร็งเต้านม อาจไม่ได้แปลว่า “ผ่าตัดทันที” เสมอไป
บทความนี้ผมอยากชวนทุกท่านมาอัปเดตความรู้ เพื่อให้เข้าใจแนวคิดการรักษามะเร็งเต้านมในปัจจุบันมากขึ้นครับ
แนวคิดการรักษาแบบเดิม: ผ่าตัดก่อน แล้วค่อยให้ยา
ในอดีต แนวทางการรักษามะเร็งเต้านมที่ใช้กันมาอย่างยาวนานคือ เมื่อวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมและยังไม่พบการแพร่กระจายไปอวัยวะอื่นแพทย์มักจะ รีบผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกก่อน จากนั้นจึงให้การรักษาเสริม เช่นยาเคมีบำบัดและการฉายแสง ซึ่งแนวทางนี้เป็นสิ่งที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่คุ้นเคยและเข้าใจกันดีครับ
แต่อย่างไรก็ตามปทีดการรักษาโดยการ “ผ่าตัดก่อน” ก็มีปัญหาหลายอย่าง เช่น
- คิวผ่าตัดอาจต้องรอนาน: บางครั้งต้องรอเป็นเดือนถึงหลายเดือน ในช่วงเวลาทำให้มีโอกาสที่มะเร็งจะลุกลาม
- ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด: เช่น แผลติดเชื้อ แผลแยก หรือฟื้นตัวช้า ซึ่งอาจทำให้ ยังไม่สามารถเริ่มยาเคมีบำบัดได้ทันที
- สภาพร่างกายหลังผ่าตัดไม่พร้อมรับยา: ผู้ป่วยบางรายไม่แข็งแรงพอหลังจากดมยาสลบและผ่าตัด ทำให้ได้รับยาเคมีบำบัดไม่ครบหรือไม่ตรงตามแผน
ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และพบได้ในการรักษามะเร็งแทบทุกอวัยวะครับ
งานวิจัยที่เปลี่ยนแนวคิดการรักษา
ต่อมาได้มีงานวิจัยสำคัญ 2 ฉบับ คือ NSABP B-18 และ NSABP B-27 ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1997 และ 2001 ตามลำดับ โดยงานวิจัยเหล่านี้เปรียบเทียบผู้ป่วยมะเร็งเต้านม 2 กลุ่ม คือ
กลุ่มที่1: ผ่าตัดก่อน แล้วค่อยให้ยาเคมีบำบัด
กลุ่มที่2: ให้ยาเคมีบำบัดก่อน แล้วจึงผ่าตัดภายหลัง
ผลการศึกษาที่สำคัญคือ อัตราการรอดชีวิต (overall survival) ไม่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะให้ยาเคมีบำบัดก่อนหรือหลังผ่าตัด ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักที่สุดของการรักษามะเร็ง
แต่กลับค้นพบว่าการให้ยาเคมีบำบัด “ก่อน” ผ่าตัดมีข้อดีคือ นอกจากไม่กระทบต่ออัตราการรอดชีวิตแล้ว การให้ยาเคมีบำบัดก่อนผ่าตัดยังมีข้อดีหลายประการ ได้แก่
✅ ก้อนมะเร็งเล็กลง: เพิ่มโอกาสผ่าตัดแบบสงวนเต้านม (ไม่จำเป็นต้องตัดเต้านมออกทั้งเต้า)
✅ ผู้ป่วยได้รับยาเคมีบำบัดครบตามแผนมากขึ้น: เพราะยังไม่ผ่านการผ่าตัดใหญ่
✅ ประเมินการตอบสนองของมะเร็งต่อยาได้จริง: หากก้อนยุบ แสดงว่ายานั้นได้ผล หากก้อนไม่ยุบหรือโตขึ้น แพทย์สามารถปรับเปลี่ยนยาได้ทันที ซึ่งข้อดีข้อนี้ จะไม่สามารถประเมินได้เลยหากผ่าตัดไปก่อน
✅ เริ่มการรักษาได้เร็ว ไม่ต้องรอคิวผ่าตัด: และยังช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งขนาดเล็กที่อาจกระจายอยู่ในร่างกาย (micrometastasis) ตั้งแต่ระยะแรก
แล้วการให้ยาเคมีบำบัดก่อนมีข้อเสียไหม?
แน่นอนครับ การรักษาทุกแบบมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด ซึ่งการให้ยาเคมีบำบัดก่อนก็มีข้อเสียเช่น
⚠️ การประเมินระยะของมะเร็งอาจคลาดเคลื่อนได้: เพราะก้อนอาจยุบลงมาก หรือบางรายไม่พบเซลล์มะเร็งหลงเหลือเลย
⚠️ ความกังวลว่ามะเร็งอาจไม่ตอบสนองต่อยา: ซึ่งในประเด็นนี้ แพทย์หลายท่านรวมถึงผมเองเห็นว่า มะเร็งที่ดื้อต่อยาและมีความดุร้ายสูง ไม่ว่าจะผ่าตัดก่อนหรือหลัง ผลลัพธ์ก็มักไม่ต่างกันมากนัก
จากที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้แนวทางการรักษามะเร็งเต้านมในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะขยับมาเป็นการรักษาแบบให้ยาเคมีบำบัดก่อนผ่าตัดมากขึ้นครับ
แต่อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญสำหรับการรักษามะเร็งเต้านม ไม่ใช่ “ต้องรีบผ่าตัดหรือไม่” แต่คือ