degrees call-center-agent ambulance stethoscope hours-phone-service wifi-connection-signal-symbol drink-water water-heater bowl-in-a-microwave freezer wardrobe computer cutlery table sofa newspaper cd-player television bathroom-furniture toilet patient-in-hospital-bed hospital-bed

กว่าจะเป็นมะเร็ง

จากติ่งเนื้อเล็ก ๆ สู่มะเร็งลำไส้ใหญ่

colon and polyp

เวลาพูดถึง “มะเร็ง” หลายคนอาจรู้สึกเหมือนโรคเกิดขึ้นทันที แต่สำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่จำนวนมาก เรื่องราวเริ่มต้นก่อนหน้านั้นนานหลายปี จากเซลล์เยื่อบุที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงจนเกิดเป็น “ติ่งเนื้อ” บางชนิด แล้วจึงพัฒนาไปเป็นมะเร็งในภายหลัง

ประเด็นสำคัญ

ติ่งเนื้อชนิด adenoma ยังไม่ใช่มะเร็ง และติ่งเนื้อส่วนใหญ่ไม่ได้กลายเป็นมะเร็งทุกก้อน แต่บางก้อนมีโอกาสสะสมความผิดปกติมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นมะเร็งได้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม “การตรวจเจอและเอาติ่งเนื้อออกก่อน” จึงสำคัญมาก

เส้นทางจากเยื่อบุปกติ → ติ่งเนื้อ → มะเร็ง

เยื่อบุปกติ
เยื่อบุปกติ
เริ่มเกิดติ่งเนื้อ
เริ่มเกิดติ่งเนื้อ
ติ่งเนื้อโตขึ้น
ติ่งเนื้อโตขึ้น
เซลล์ผิดปกติมากขึ้น
เซลล์ผิดปกติมากขึ้น
มะเร็งลำไส้ใหญ่
มะเร็งลำไส้ใหญ่

กระบวนการนี้เรียกว่า Adenoma-Carcinoma Sequence และในหลายกรณีอาจใช้เวลาประมาณ 10-15 ปี กว่าจะเปลี่ยนจากติ่งเนื้อก่อนมะเร็งไปเป็นมะเร็งจริง ๆ

ทำไม “ติ่งเนื้อ” ถึงเป็นจุดที่เราหยุดมะเร็งได้

ผนังลำไส้ของเรามีการสร้างเซลล์ใหม่อยู่ตลอดเวลา เมื่อเซลล์บางกลุ่มเริ่มเติบโตผิดปกติ อาจเกิดเป็นติ่งเนื้อขึ้นมา ติ่งเนื้อมีหลายชนิด และไม่ได้มีความเสี่ยงเท่ากันทั้งหมด แต่ adenoma เป็นกลุ่มที่แพทย์ให้ความสำคัญ เพราะถือเป็นรอยโรคก่อนมะเร็งชนิดหนึ่ง

polyp removal
ตัวอย่างการใช้ห่วงตัดติ่งเนื้อระหว่างส่องกล้อง

การส่องกล้องไม่ได้มีไว้แค่ “หามะเร็ง”

  • ถ้าเจอติ่งเนื้อ แพทย์สามารถตัดออกระหว่างการส่องกล้องได้ในหลายกรณี
  • การเอาติ่งเนื้อออก คือการตัดเส้นทางก่อนที่บางก้อนจะมีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็ง
  • นี่ทำให้การคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่แตกต่างจากการตรวจหลายชนิด เพราะมันสามารถ “ป้องกันมะเร็ง” ได้ ไม่ใช่แค่ตรวจให้พบเร็วขึ้น

แล้วติ่งเนื้อทุกก้อนจะกลายเป็นมะเร็งไหม?

ไม่ครับ หลายก้อนไม่เคยกลายเป็นมะเร็งเลย ความเสี่ยงขึ้นกับหลายอย่าง เช่น ขนาด จำนวน ลักษณะของเซลล์ และชนิดของติ่งเนื้อ ดังนั้นเมื่อส่องกล้องเจอติ่งเนื้อ แพทย์จะดูผลชิ้นเนื้อและกำหนดระยะเวลาติดตามให้เหมาะกับแต่ละคน

จุดที่คนทั่วไปควรจำ

“เจอ adenoma” ไม่ได้แปลว่า “เป็นมะเร็ง” แต่แปลว่าเราเจอรอยโรคที่ควรจัดการก่อนที่มันจะมีโอกาสไปไกลกว่านั้น

ถ้ายังไม่มีอาการ ทำไมต้องคัดกรอง?

เพราะมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะเริ่มต้นและติ่งเนื้อส่วนใหญ่มักไม่ทำให้เกิดอาการชัดเจน การรอให้มีเลือดออก น้ำหนักลด หรือปวดท้องก่อน อาจหมายถึงเราพลาดช่วงเวลาที่ตรวจพบได้ง่ายที่สุดไปแล้ว

ควรเริ่มคัดกรองเมื่ออายุเท่าไร?

ตรงนี้มักทำให้คนสับสน เพราะแนวทางต่างประเทศกับโครงการคัดกรองของไทยใช้เกณฑ์ไม่เหมือนกันทั้งหมด

แนวทาง อายุเริ่มต้น หมายเหตุ
แนวทางสากล เช่น ACS / USPSTF 45 ปี สำหรับคนที่มีความเสี่ยงเฉลี่ยโดยทั่วไป คัดกรองต่อเนื่องถึงอายุประมาณ 75 ปี
โครงการคัดกรองของไทย 50-70 ปี สถาบันมะเร็งแห่งชาติใช้ FIT เป็นหลักในประชากรกลุ่มเป้าหมาย และตรวจซ้ำตามรอบโครงการ

แล้วคนไทยควรยึด 45 หรือ 50?

ถ้าพูดในมุม “แนวทางสากล” คนทั่วไปที่ความเสี่ยงเฉลี่ยควรเริ่มคุยเรื่องการคัดกรองตั้งแต่อายุ 45 ปี แต่ถ้าพูดถึง “โครงการคัดกรองภาครัฐของไทย” กลุ่มเป้าหมายหลักคืออายุ 50-70 ปี ดังนั้นอายุ 45-49 ปี ไม่ได้แปลว่าไม่ควรตรวจ เพียงแต่รูปแบบการเข้าถึงและสิทธิ์อาจต่างกัน

ใครบ้างที่อาจต้องเริ่มเร็วกว่านี้?

  • มีพ่อ แม่ พี่ น้อง หรือลูกเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะถ้าเป็นตั้งแต่อายุน้อย
  • เคยตรวจพบ adenoma หรือเคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มาก่อน
  • มีโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง เช่น ulcerative colitis หรือ Crohn’s disease ที่เกี่ยวข้องกับลำไส้ใหญ่
  • มีกลุ่มโรคทางพันธุกรรมที่เพิ่มความเสี่ยง เช่น Lynch syndrome หรือ FAP

ในกลุ่มเหล่านี้ “อายุเริ่มตรวจ” และ “ความถี่” จะต่างจากคนทั่วไป ควรให้แพทย์กำหนดตามประวัติของแต่ละคน

คัดกรองอย่างไร? สำหรับคนทั่วไปรู้จัก 2 วิธีหลักก็พอ

1 FIT - ตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ

  • เก็บตัวอย่างอุจจาระ ไม่ต้องส่องกล้อง
  • เหมาะสำหรับการคัดกรองแบบง่ายและทำซ้ำเป็นระยะ
  • USPSTF แนะนำ FIT ปีละครั้ง; ในโครงการของไทย ผู้ที่ผลลบตรวจซ้ำตามรอบโครงการประมาณทุก 2 ปี
  • ถ้าผลเป็นบวก ต้องส่องกล้องลำไส้ใหญ่ต่อ ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งทันที

2 Colonoscopy - ส่องกล้องลำไส้ใหญ่

  • เห็นผนังลำไส้ใหญ่ได้โดยตรง และตัดติ่งเนื้อได้ในคราวเดียว
  • ถ้าคนความเสี่ยงเฉลี่ยตรวจปกติ แนวทาง USPSTF ใช้ช่วงห่างประมาณ 10 ปี
  • ต้องเตรียมลำไส้ และมักใช้ยานอนหลับ/ยาระงับความรู้สึก
  • ถ้าเคยมีติ่งเนื้อ ระยะตรวจครั้งต่อไปอาจสั้นกว่า 10 ปี ตามผลพยาธิวิทยาและจำนวนติ่งเนื้อ

ยังมีวิธีอื่น เช่น stool DNA-FIT, CT colonography หรือ sigmoidoscopy แต่สำหรับประชาชนทั่วไป FIT และ colonoscopy เป็นสองวิธีที่ควรรู้จักมากที่สุด และการเลือกวิธีขึ้นกับความเสี่ยง ความสะดวก และการเข้าถึงบริการ

มีอาการเหล่านี้ อย่ารอถึงอายุคัดกรอง

  • ถ่ายเป็นเลือด หรือมีเลือดปนในอุจจาระ
  • ลักษณะการขับถ่ายเปลี่ยนไปต่อเนื่อง เช่น ท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรัง
  • ซีดจากการขาดธาตุเหล็ก โดยหาสาเหตุไม่ได้
  • น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ ปวดท้องหรือแน่นท้องเรื้อรัง

family awareness

สรุป

มะเร็งลำไส้ใหญ่จำนวนมากไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน เรามีช่วงเวลาหลายปีที่สามารถตรวจพบติ่งเนื้อและตัดออกก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็งได้ การคัดกรองจึงไม่ใช่แค่ “ค้นหามะเร็งให้เร็ว” แต่เป็นโอกาสในการ “หยุดมะเร็งก่อนที่มันจะเกิด”

ข้อมูลอ้างอิงสำหรับการคัดกรอง: American Cancer Society (CRC screening); U.S. Preventive Services Task Force (CRC screening); สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ - โครงการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงด้วย FIT

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์

เรียบเรียงโดย
นพ.ศรัณยู จิตรปรีดา
ศัลยศาสตร์มะเร็งวิทยา


รู้ทันความเสี่ยง ป้องกันได้ ด้วยแพ็กเกจคัดกรองมะเร็ง

การตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้นคือหัวใจสำคัญของการรักษา โรงพยาบาลขอนแก่นรามให้บริการโปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งที่แม่นยำ ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อความอุ่นใจและสุขภาพที่ดีของคุณ

© 2026 โรงพยาบาลขอนแก่นราม. All Rights Reserved.
Terms And Conditions
Messenger Icon
Linea