มะเร็งปากมดลูก (Cervical cancer) พบได้บ่อยเป็นอันดับ 2 ของผู้หญิงไทยรองจากมะเร็งเต้านม สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งมักจะติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มต้นมักไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ดังนั้นการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้
อาการ
- เลือดออกกระปริดกระปรอย หรือเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
- มีเลือดออกหลังจากหมดประจำเดือนแล้ว
- เจ็บหลังมีเพศสัมพันธ์
- ตกขาวมากขึ้นหรือมีเลือดปน
- ปวดหน่วงท้องน้อย
- อาการเมื่อมะเร็งลุกลาม เช่น ขาบวม ปวดหลัง ปวดก้นกบและต้นขา ถ่ายปัสสาวะมีเลือดปน เป็นต้น
วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
- ตรวจด้วยวิธี Pap smear เป็นวิธีตรวจแบบดั้งเดิม โดยสูตินรีแพทย์จะใช้เครื่องมือทำการป้ายเก็บเซลล์เนื้อเยื่อบริเวณปากมดลูกนำส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจหาเซลล์ที่ผิดปกติหรือเซลล์ที่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจทำให้เกิดมะเร็งได้
- หรือปัจจุบันตรวจด้วยวิธี Liguid-base cytology : LBC (Thin prep หรือ Liquid prep) พัฒนามาจากวิธีแปปสเมียร์ ซึ่งมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้น ให้ผลละเอียดกว่าการตรวจด้วยวิธีแปปเสมียร์ วิธีนี้สูตินรีแพทย์จะใช้แปรงขนาดเล็กป้ายเก็บเซลล์เยื่อเนื้อเยื่อบริเวณปากมดลูก แล้วใส่ลงในน้ำยารักษาสภาพเซลล์ จากนั้นนำเข้าเครื่องอัตโนมัติเพื่อเตรียมเซลล์บนสไลด์แก้ว วิธีนี้จะใช้น้ำยามาช่วยกำจัดสิ่งปนเปื้อนหรือเนื้อเยื่ออื่นๆ ที่ไม่ใช่เซลล์มะเร็งออกไป หรือลดการซ้อนทับกันของเซลล์ที่หนาแน่นเกินไป ช่วยให้สามารถค้นหาเซลล์มะเร็งได้ดียิ่งขึ้น
- ตรวจด้วยวิธีหา DNA สารพันธุกรรมของเชื้อ HPV เป็นการตรวจหาเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจคัดกรองมากขึ้น โดยบอกได้ว่ามีการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 หรือไม่ ซึ่งถ้าไม่มีการติดเชื้อก็สามารถมั่นใจได้ถึง 99% ว่าในช่วง 1-2 ปีที่รับการตรวจโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกจะน้อยมาก
“แนะนำให้เริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงอายุ 21 ปีขึ้นไป และผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้วทุกคน ควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และตรวจภายในเพื่อค้นหาความผิดปกติต่างๆ ในอุ้งเชิงกรานอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV vaccine)”
หากผลตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกผิดปกติ
แพทย์จะทำการตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการวินิจฉัยที่ถูกต้องและแม่นยำ ด้วยการใช้กล้องส่องตรวจปากมดลูกโดยเฉพาะที่เรียกว่า ส่องกล้องปากมดลูก (Colposcopy) เป็นการตรวจหาความผิดปกติของเนื้อเยื่อบุผิวบริเวณปากมดลูก ช่องคลอด ปากช่องคลอด และทวารหนัก และแพทย์อาจตัดเนื้อเยื่อจากบริเวณที่เห็นว่าผิดปกติ ส่งตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคเพิ่มเติมอีกด้วย
กรณีพบรอยโรคผิดปกติระหว่างการส่องกล้อง แพทย์อาจให้การรักษไปในคราวเดียวกัน โดยการจี้ไฟฟ้า หรือตัดปากมดลูกด้วยห่วงลวดไฟฟ้า เป็นการรักษาครบวงจรในครั้งเดียวก็ได้ หลังจากนั้นแพทย์จะนัดตรวจมะเร็งปากมดลูกตามระยะเวลาที่เหมาะสม
''ในสตรีที่มีผลตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกผิดปกติ แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ เพื่อพิจารณาตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมด้วยการส่องกล้อง Colposcopy ทุกราย เนื่องจากการส่องกล้องเป็นการทำเพื่อตรวจหารอยโรคระยะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูก หากตรวจพบอย่างรวดเร็ว แต่เนิ่นๆ สามารถรักษาให้หายได้เกือบ 100% ถ้าได้รับการรักษาและการตรวจติดตามที่เหมาะสม''
การรักษามะเร็งปากมดลูก
ทางเลือกในการรักษามะเร็งปากมดลูก ได้แก่ การผ่าตัด (Surgery) รังสีรักษา (Radiation) เคมีบำบัด (Chemotherapy) หรือการรักษาร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีวิธีการรักษาด้วยยารักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted-drug Therapy) ควบคู่ไปกับการใช้เคมีบำบัด และการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)
ป้องกันมะเร็งปากมดลูกด้วยวัคซีน HPV
การฉีดวัคซีนเอชพีวี (HPV vaccine) นอกจากจะป้องกันมะเร็งปากมดลูกแล้ว ยังสามารถป้องกันหูดหงอนไก่ มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งช่องปากและลำคอได้อีกด้วย
แม้ว่าจะได้รับวัคซีน HPV แล้ว ก็ยังแนะนำให้ตรวจภายในและตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ
แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง
โปรแกรมตรวจสุขภาพหญิง
โปรแกรมหญิง Women (Advance, Premium, Platinum)